โดยแนวคิดแล้ว
ลิขสิทธิ์ มุ่งคุ้มครองการแสดงออก ไม่คุ้มครองสาระที่แฝงมากับการแสดงออกนั้น
สิทธิบัตร ก็จะคุ้มครองผลิตภัณฑ์หรือกรรมวิธี โดยลิขสิทธิ์จะได้มาอัตโนมัติฟรี ๆ เมื่อแสดงออกต่อสาธารณะ (จดทะเบียนก็ได้ เพื่อให้มีหลักฐานแน่นหนาทางกฎหมาย) และมีผลในทุกประเทศที่ร่วมใน Berne Convention (รวมไทย) ส่วนสิทธิบัตรต้องขวนขวายลงทุนให้ได้มา มีขั้นตอน มีค่าใช้จ่าย มีผลเฉพาะประเทศที่เกี่ยวข้อง เช่น มีสูตรปรุงอาหาร ถ้าเผยแพร่เป็นหนังสือ จะได้ลิขสิทธิ์ คนอื่นไม่มีสิทธิคัดลอกเผยแพร่โดยพลการ แต่จะปรุงอาหารตามนั้นกี่จานก็ได้ แต่ถ้าจะไปขึ้นสิทธิบัตร (ถ้าได้) คนอื่นไม่สามารถปรุงอาหารตามนั้นเลย แม้จะสามารถเข้าไปคัดลอกสูตรดังกล่าวได้ก็ตาม
ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ระบุว่า มาตรา 6 งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่งานสร้างสรรค์ประเภทวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ หรืองานอื่นใดในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ ของผู้สร้างสรรค์ไม่ว่างานดังกล่าวจะแสดงออกโดยวิธีหรือรูปแบบอย่างใดการ คุ้มครองลิขสิทธิ์ไม่คลุมถึงความคิด หรือขั้นตอน กรรมวิธีหรือระบบหรือวิธีใช้หรือทำงาน หรือแนวความคิด หลักการ การค้นพบ หรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์
ใน พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 9* การประดิษฐ์ดังต่อไปนี้ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติ
(1) จุลชีพและส่วนประกอบส่วนใดส่วนหนึ่งของจุลชีพที่มีอยู่ตามธรรมชาติ สัตว์พืช หรือสารสกัดจากสัตว์หรือพืช(2) กฎเกณฑ์และทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
(3) ระบบข้อมูลสำหรับการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์
(4) วิธีการวินิจฉัย บำบัด หรือรักษาโรคมนุษย์ หรือสัตว์(5) การประดิษฐ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีอนามัย หรือสวัสดิภาพของประชาชน*[มาตรา 9 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535]
มาตรา 5 ภายใต้บังคับมาตรา 9 การประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตรได้ต้องประกอบด้วยลักษณะดังต่อไปนี้(1) เป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่
(2) เป็นการประดิษฐ์ที่มีขั้นการประดิษฐ์สูงขึ้น และ
(3) เป็นการประดิษฐ์ที่สามารถประยุกต์ในทางอุตสาหกรรม
รูปแบบของอาชญากรรม
๑. การขโมยข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต การขโมยในการลักลอบใช้บริการ
๒. การเล่นการพนัน
๓. การละเมิดลิขสิทธิ์ ปลอมแปลงรูปแบบเลียนแบบ ซอฟแวร์โดยมิชอบ
๔. การเผลแพร่ภาพ เสียง ลามก อนาจาร และข้อมูลที่ไม่เหมาะสม
๕. การฟอกเงิน
๖. การก่อกวนระบบคอมพิวเตอร์ เช่น ทำลายระบบสาธารณูปโภค ระบบ
จ่ายน้ำจ่ายไฟ
๗. การหลอกลวงให้ร่วมค้าขาย หรือ ลงทุนปลอม
๘. การลักลอบใช้ข้อมูลเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ เช่น การ
ขโมยรหัสบัตรเครดิต
สุดยอดเลย
ตอบลบสาระน่าสนใจสุดๆ
ตอบลบเยี่ยมเลย
ตอบลบบล็อกนี้สาระทั้งนั้น
เทพ ไปเลย น้องม้า เนื้องานดี
ตอบลบสวดยอดไปเลย
ตอบลบเนื้อหาดี
ตอบลบได้ความรู้เพิ่มเติม
ตอบลบเนื้อหาดีมากค๊
ตอบลบGood
ตอบลบ________´$$$$`_______________________________,,,__
_______´$$$$$$$`_________________________´$$$`_
________`$$$$$$$`______,,________,,_______´$$$$´_
_________`$$$$$$$`____´$$`_____´$$`____´$$$$$´_
__________`$$$$$$$`_´$$$$$`_´$$$$$`__´$$$$$$$´_
___________`$$$$$$$_$$$$$$$_$$$$$$$_´$$$$$$$´_
____________`$$$$$$_$$$$$$$_$$$$$$$`´$$$$$$´_
___,,,,,,______`$$$$$$_$$$$$$$_$$$$$$$_$$$$$$´_
_´$$$$$`____`$$$$$$_$$$$$$$_$$$$$$$_$$$$$$´_
´$$$$$$$$$`´$$$$$$$_$$$$$$$_$$$$$$$_$$$$$´_
´$$$$$$$$$$$$$$$$$$_$$$$$$$_$$$$$$$_$$$$$´_
___`$$$$$$$$$$$$$$$_$$$$$$$_$$$$$$_$$$$$$´_
______`$$$$$$$$$$$$$_$$$$$__$$_$$$$$$_$$´_
_______`$$$$$$$$$$$$,___,$$$$,_____,$$$$$´_
_________`$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$´_
__________`$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$´_
____________`$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$´_
_______________`$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$
ชัดเจนพี่เณรบูณ^^
ตอบลบเนื้อหาดีมากจ่ะะ^^
ตอบลบ